หนังสือ ลูกปัดและเครื่องประดับโบราณ Pre-History Ornament & Beads in Thailand Vol.1 Pasak Rover Basin

10:25 หลังเที่ยง / Comments (0) / by ancientbeads

  file2 

หนังสือ "ลูกปัดและเครื่องประดับโบราณ" Pre-History Ornament & Beads in Thailand Vol.1 Pasak Rover Basin.
หนังสือ300กว่าหน้า มีภาพ4สีทั้งเล่ม-เต็มหน้า

หาซื้อได้ที่

ร้านริมขอบฟ้าก็มีจำหน่ายนะครับ (เมืองโบราณ)
ร้านหนังสือ พันทาง อ.เมือง จ.กาญจนบุรี
ร้านหนังสือสยามอักษร(บ้านหนังสือ)อ.เมือง จ.กาญจนบุรี
ร้านอาหารริเวอร์แคว เชิงสะพานข้ามแม่น้ำแคว
ร้านเจษฎา ช่างทอง ศูนย์ท่ารถโคกสำโรง ลพบุรี
ในสวนจตุจักรก็มีหลายร้านครับ(ร้านลูกปัด)
ชมรมอนุรักษ์ลูกปัดโบราณสุราษฎร์ธานี
สวนนายดำ อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร
ตลาดพระเครื่อง อ.เมืองภูเก็ต

ตามพิพิธภัณฑสถานแห่งชาตินะครับ ที่มีแล้วตอนนี้
พช.เจ้าสามพระยา อยุธยา
พช.วังจันทรเกษม อยุธยา
พช เมืองสุพรรณบุรี
พช.อู่ทอง
พช.พระปฐมเจดีย์
พช.พระนคร (เดือนหน้า)
พช.สมเด็จพระนารายณ์(ลพบุรี)
พช.ชุมพร
พช.ไชยยา
พช.นครศรีธรรมราช
พช.ถลาง(ภูเก็ต)

ลูกหวาย ลายงูเหลือม กับลายใบพัดและตาตั๊กแตน

2:09 ก่อนเที่ยง / Comments (0) / by ancientbeads

วันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11488 มติชนรายวัน
ลูกหวาย ลายงูเหลือม กับลายใบพัดและตาตั๊กแตน
คอลัมน์ แกะ(รอย)ลูกปัด
โดย บัญชา พงษ์พานิช plearnstan@gmail.com

" ลูกปัดลายลูกหวาย" และ "ลายงูเหลือม" ที่ทำจากแก้วโมเสคนี้ ดูและเข้าใจกระบวนการทำได้ง่าย เพราะเห็นชัดจากผิวนอกว่าทำจากการนำแก้วน้ำเงินขาว ขาวดำ หรือ เหลืองเขียวมาเรียงสลับสีแล้วดึงให้ยืดยาวเป็นเส้นสีสลับกัน จากนั้นจึงตัดท่อนแก้วที่เป็นลายสีสลับนั้นให้เป็นเม็ดกลมหรือท่อนยาว พร้อมกับการเจาะรูสำหรับร้อย
ทั้งนี้ เม็ดลูกปัดที่ได้ถ้าเป็นเม็ดกลมนั้นจะเห็นลายตัดอยู่ 2 ด้าน กับเห็นเป็นลายยาวอีก 2 ด้าน ซึ่งชาวบ้านดูเหมือนผลของต้นหวายที่มีเปลือกเป็นเกล็ดๆ แบบเดียวกับเปลือกสละและระกำ จนให้ชื่อเรียกว่า ""ลูกหวาย"" ไม่ว่าจะเป็นสีอะไร

ทำนอง เดียวกับที่เป็นเม็ดยาวซึ่งแรกพบนั้น บอกว่าเป็นสีเหลืองเขียวมีทั้งลายตัดและลายยาว ดูคล้ายหนังงูเหลือม จึงเรียกว่า "งูเหลือม" จนต่อมาเมื่อพบสีอื่นๆ ก็เรียกเป็นงูเหลือมตามกัน โดยมีการระบุสีต่อไว้ด้วย เช่น ลูกหวายดำ งูเหลือมน้ำเงิน
ลูกปัด กลุ่มนี้จัดเป็นลูกปัดในกลุ่มแก้วโมเสคสมัยไบเซนไทน์และตะวันออกกลาง เมื่อประมาณพุทธศตวรรษที่ 13-15 ที่เชื่อว่าดินแดนภาคใต้อยู่ในบริเวณอิทธิพลของอาณาจักรศรีวิชัยที่มีการ ติดต่อค้าขายกันนั่นเอง

ลูก ปัดแก้วโมเสคเหล่านี้นอกจากพบมากที่ตะวันออกกลางและภาคใต้ของประเทศไทยเรา แล้ว ยังมีรายงานการพบมากทั้งในสแกนดิเนเวีย แอฟริกา อัฟกานิสถาน พม่า เกาะชวา ซึ่งล้วนมีหลักฐานการติดต่อสัมพันธ์ค้าขายกันในสมัยนั้นแล้ว โดยยังมีลายอื่นๆ อีกมาก
เฉพาะลายลูกหวายและงูเหลือมนี้พบมีที่ เติมแก้วโมเสคลายอื่นเข้าไปอีก เช่น "ลูกปัดลายใบพัด" ที่นำแก้วโมเสคสีสลับน้ำเงิน ขาว แดงคล้ายใบพัดในวงสีเหลืองมาแปะที่บริเวณหน้าตัดทั้งสอง
ในขณะที่ "ลูกปัดตาตั๊กแตน" นั้นนำแก้วโมเสคเป็นวงสีเหลือง แดง ขาว น้ำเงิน หรือ วงสีแดงเหลืองคล้ายดวงตามาแปะเหมือนดวงตาที่ชาวบ้านมองเป็นตาตั๊กแตน
ส่วน ใครจะมองเป็นลายอะไรนั้น เท่าที่ตามรอยในดินแดนอื่นๆ ไม่พบมีการระบุชื่อตามจินตนาการอย่างคนไทยเราเลย ท่านผู้ใดได้ข้อมูลกรุณาบอกด้วยครับ
หน้า 21

ตาตะกร้อ ตากบตาปู ตาปลาหมึก ตาปลาวาฬ และตาโปน ของคนไชยา

9:12 หลังเที่ยง / Comments (0) / by ancientbeads

วันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11481 มติชนรายวัน
ตาตะกร้อ ตากบตาปู ตาปลาหมึก ตาปลาวาฬ และตาโปน ของคนไชยา
คอลัมน์ แกะ(รอย)ลูกปัด
โดย บัญชา พงษ์พานิช plearnstan@gmail.com

นอก จาก ""ลูกปัดตาตะกั่วป่า หรือตาวิเศษ" หรือ "ลูกยอ"" ที่พบมากทั้งที่ "เกาะคอเขา ตะกั่วป่า จังหวัดพังงา" และที่ "ไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี" แล้ว คนไชยายังพบอีกสารพัดตาที่ทำเอาผมตกใจว่าอะไรจะขนาดนั้น ทำกันใหม่หรือว่าเอามาจากไหนแน่
แต่ตลอดระยะเวลา 4 ปี ที่ตามรอยมานั้น สรุปได้ว่า "ลูกปัดกลุ่ม "ตา"" ที่ทำโดยการเอาแท่งแก้วโมเสคลายวงมาแปะเรียงต่อกันให้เห็นเป็นวงตาต่อกัน หรือไม่ก็เป็นวงตาซ้อนกันนั้น มีพบมากมายและสอดคล้องกับ "ลูกปัดโลกกลุ่มไบเซนไทน์หรือตะวันออกกลาง" ซึ่งร่วมสมัยกันพอดีเมื่อประมาณพุทธศักราชที่ 13-15 อันเป็นยุคสมัยที่ไชยาและตะกั่วป่ากำลังมีบทบาทเป็นเมืองท่าค้าขาย 2 ฝั่งคาบสมุทรพอดี

"" ลูกปัดตาตะกร้อ"" น่าจะนับเป็นลูกปัดตาที่สลับซับซ้อนที่สุด เพราะเห็นเป็นตาซ้อนกันหลายชั้นและหลายตา ตั้งแต่ 3 ถึง 6 ชั้น มีทั้งขนาดเล็กมากๆ จนสงสัยว่าทำได้อย่างไร
และที่เม็ดใหญ่มากจน น่าตกใจ ลูกปัดตาตะกร้อนี้วงการลูกปัดโลกเรียกว่า ""Stratified Eye Beads"" มีการทำมาตั้งแต่สมัยอียิปต์โบราณแล้วสืบเนื่องต่อๆ กันมา ส่วนที่เป็น ""ตากลุ่ม"" หรือ ""Composite Stratified Eye Beads"" คือมีหลายตารวมกันเป็นกลุ่มๆ ตาซ้อนอยู่อีกชั้นนั้น มีพบแต่เศษชิ้นแตกที่คลองท่อมเท่านั้น

แต่ ที่แปลกใจยิ่งกว่าคือ ""ลูกปัดตาโปน"" ที่แรกพบก็ต้องยอมรับ เพราะเนื้อและสี ประกอบกับหลักฐานชิ้นแตกและตัวอย่างที่จัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ ไชยาต่างรองรับความเป็นไปได้ เพียงแต่ลักษณะแบบที่พบที่ไชยานี้ยังไม่เคยเห็นรายงานในสารบบโลกจากที่ไหนมา ก่อน ลูกปัดตาโปนที่วงการโลกเรียกว่า ""Horned Eye Beads"" นั้นบอกว่าเป็นของแรกทำที่ประเทศจีนโบราณและอาจจะจากอิทธิพลของโฟนิเซียซึ่ง เคยก้าวหน้าเรื่องแก้วในทะเลเมดิเตอเรเนียนโบราณ ซึ่งยังสืบรอยกับของไทยที่ไชยาไม่ได้
มี "ลูกปัดตาโปน" เม็ดเล็กๆ อีกจำพวกหนึ่งที่ไม่ค่อยเห็นในรายงานจากที่อื่น แต่มีพบไม่น้อยที่ไชยา ชาวบ้านบางคนเรียกว่า ""ตากบ"" บางคนเรียกว่า ""ตะปู"" ตามลักษณะของตาที่ปูดออกมาเหมือนตากบหรือตะปูโดยรอบจำนวน 3 ตา ในขณะที่มีลูกปัดตาอีกกลุ่มที่หลากหลายที่สุด ชาวบ้านให้ชื่อเป็นตาปลาต่างๆ นานา
เช่นที่เป็นตาสีแดงก็เรียกว่า ""ตาปลาหมึก"" ตามอย่างที่เห็นเวลาออกทะเลจับปลาหมึกตอนกลางคืน ส่วนที่ตาโตเกือบครึ่งค่อนเม็ดนั้น ก็ไม่แปลกที่ชาวบ้านจะยกให้เป็น ""ตาปลาวาฬ""
นอกนั้นผมจำไม่ได้แล้วว่าเป็นตาอะไรอีก เอาว่าอยู่ในจำพวก "ลูกปัดตา" ทั้งนั้น
หน้า 21